* * * ให้กำลังใจกับผู้ทำเว็บ ด้วยการช่วยคลิกตรงนี้นะครับ "คลิกที่นี่ครับ

* * * การช่วยคลิก มีความสำคัญอย่างไร? "อ่านที่นี่ครับ"  




- หน้า 1 -



คำตรัสจากพระโอษฐ์พระพุทธเจ้า  /  ดัชนี-แยกตามตัวอักษร ก-ฮ 

พ-พาน  /  พรหมจรรย์
 



* * * คลิกให้กำลังใจผู้ทำเว็บ ด้วยการคลิกที่ "กรอบสีชมพู" ที่อยู่ด้านบนสุดให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  



ข่าวสาร

( คลิกเพื่ออ่าน )





       พรหมจรรย์ ( อ่านว่า พฺรม-มะ-จัน ) - การ ประพฤติดังพรหม หลักสำคัญในการประพฤติพรหมจรรย์ คือการเว้นจากการเสพเมถุน เพราะ พวกพรหมจริงๆ ไม่มีการเสพเมถุน , ฐานะของผู้ยังไม่ได้แต่งงาน คือการเล่าเรียน , การบวช คือละเว้นเมถุน 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-pleang/พรหมจรรย์  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

พรหมจรรย์ในศาสนา 

       เรายังมีความฝังใจกันอยู่อย่างหนึ่งว่า คำว่าประพฤติพรหมจรรย์ หมายถึงออกบวชเป็นพระ ซึ่งเป็นความเข้าใจถูกเหมือนกัน....แต่แคบ 

       ฆราวาสบางคนคิดว่าชาตินี้ไม่มีทางที่จะบำเพ็ญมงคลข้อนี้ได้ ยิ่งท่านสุภาพสตรีก็ยิ่งน่ากลุ้มบ่นว่าอาภัพอับโชคเอาเลยจริง ๆ ก็มี 

       ทั้งนี้เป็นเพราะความฝังใจตามที่ว่ามาแล้ว คือเข้าใจว่าลงได้ประพฤติพรหมจรรย์แล้วก็ต้องครองเพศต่างจากชาวบ้านโกนผม โกนคิ้ว นุ่งห่มผ้าเหลือง อย่างนี้เท่านั้น 

       เพื่อความแน่นอนใจ ข้าพเจ้าจะยกเอาหลักฐานมาวางไว้ ให้ท่านผู้อ่านตรวจดูเอง

       ในคัมภีร์มงคลทีปนี ซึ่งเป็นคัมภีร์อธิบายพระพุทธวจนะเรื่องมงคล 38 โดยตรง ท่านอธิบายไว้ เป็นคำบาลี อย่างนี้

       “พรหมจะรยัง นามาะ ทานะ เวยยาวัจจะ ปัญจะสีละ อัปปะมัญญา เมถุนะวิระติ สะทาระสันโตสะ วิริยะ อุโปสะถังคะ อริยมัคคะ สาสะนะวะเสนะ ทะสะวิธัง โหติ” 

       แปลความว่า ข้อวัตร ที่เรียกว่า พรหมจรรย์นั้น มี 10 อย่าง คือ 

       1. ทาน 

       2. เวยยาวัจจะ 

       3. เบญจศีล 

       4. เมตตาอัปปมัญญา 

       5. เมถุนวิรัติ 

       6. สทารสันโดษ 

       7. วิริยะ 

       8. อุโบสถ 

       9. อริยมรรค 

       10. ศาสนา


       หมายความว่า ข้อปฏิบัติ สิบข้อนี้ แต่ละข้อ เรียกว่า พรหมจรรย์ 

       พรหมจรรย์ ทั้งสิบนี้ ถ้าแบ่งเป็นชั้น ก็ได้ 3 ชั้น ต่ำ กลาง สูง และให้สังเกตว่า ทุกชั้น ต้องมีศีล กับธรรม ควบกันไปเสมอ ดังต่อไปนี้
(ให้ดูแผนผัง)



ชั้นของพรหมจรรย์

       ๑๐. ศาสนา = ปฏิบัติธรรมทุกข้อในศาสนา 



ชั้นสูง

       9. อริมรรค = บำเพ็ญมรรค 8 ( ไตรสิกขา ) 

       8. อุโบสถ = รักษาศีลอุโบสถ

       7. วิริยะ = ทำความเพียร 



ชั้นกลาง 

       6. เมถุนวิรัติ = เว้นเสพเมถุน 

       5. สทารสันโดษ = พอใจแต่ในคู่ครองของตน

       4. อัปปมัญญา = แผ่เมตตา แก่สัตว์ทั่วไป 



ชั้นต้น 

       3. เบญจศีล = รักษาศีลห้า 

       2. เวยยาวัจจะ = ขวนขวาย ในการทำประโยชน์ 

       1. ทาน = การสละทรัพย์ให้คนอื่น 



       ถ้าท่านจะพิจารณารายละเอียดในพรหมจรรย์ 10 ข้อนี้ กรุณานึกไว้เสมอว่าความมุ่งหมายของการประพฤติพรหมจรรย์คือการตัดโลกีย์

       ที่ว่าตัดโลกีย์ ก็คือให้ตัดเยื่อใยในทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องของกามารมณ์ 

       และโปรดสังเกตต่อไปว่า ท่านได้วางหลักปฏิบัติไว้สอดคล้องกับความมุ่งหมายดังกล่าว

       ทุกชั้น จะมีการรักษาศีล และการปฏิบัติธรรม ควบกันไปเป็นระยะ ๆ ดังจะอธิบายต่อไป 




พรหมจรรย์ชั้นต้น 

       พอขึ้นต้นก็คือ การถอนความห่วงใยในพัสดุ ของนอกตัวสละให้คนอื่นไป วิธีนี้เรียกว่า ทาน 

       ที่ให้ก็ไม่ใช่หมายถึง ให้จนหมดตัว แต่ให้บั่นทอนความมัวเมาติดพันลง ส่วนปัจจัยเครื่องจับจ่ายดำรงชีพ ไม่ห้าม 

       นอกจาก ตัดจากตัว ให้ไปแล้ว ยังช่วยขวนขวายทำประโยชน์ให้คนอื่นอีกด้วย ที่เรียกว่า เวยยาวัจจกรรม 

       ส่วนการรักษาเบญจศีล นั้น เป็นการตัดทางที่จะกอบโกยเอาพัสดุของโลกมาเป็นของตนในทางมิชอบ 

       ในขันนี้ ปัญหาทางกามยังไม่ตัดขาด เพียงแต่ไม่ทำผิดประเวณี เช่นไปทำชู้ กับชายหญิงต้องห้าม



พรหมจรรย์ชั้นกลาง

       คือปฏิบัติ พรหมจรรย์ชั้นต้น นั่นเอง ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

       เช่น ในด้านการเสียสละ ในชั้นต้น เพียงให้ของ ให้แรงงาน แต่มาในชั้นกลาง ให้เมตตา

       การแผ่เมตตา ในชั้นนี้เรียกว่า อัปปมัญญา คือปรารถนาให้สรรพสัตว์มีความสุขความเจริญ ไม่เลือกหน้า ไม่ว่าผู้นั้น สัตว์นั้น จะเป็นมิตร หรือศัตรู 


       ส่วนทางกามารมณ์ ท่านวางไว้ 2 ประเด็น คือ

       1. ผู้ถือบวช ให้เว้นเสพเมถุนเด็ดขาด ( เมถุนวิรัติ ) 

       2.ส่วนผู้ครองเรือน ให้เว้นจากการร่วมหลับนอนกับหญิงอื่นแต่จะหลับนอนกับภรรยา หรือสามีของตนก็ได้ ( สทาสันโดษ ) 



พรหมจรรย์ชั้นสูง 

       ต้องปรารภความเพียร ซึ่งความเพียร ในชั้นนี้ หมายถึงความเพียรพยายามที่จะละกิเลส เช่น นั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรมะ พิจารณาธรรมะ

       รวมความว่า ต้องใช้เวลาของชีวิตแทบทั้งหมด ในการทำความเพียร เพื่อตัดกิเลส 

       ทางด้านกามารมณ์ ต้องตัดขาดทั้งหมด ต้องถือศีลอย่างน้อยคือศีลอุโบสถ และประการสำคัญคือต้องบำเพ็ญมรรคแปด

       ตรงมรรคแปด นี่แหละ ที่จะทำให้บรรลุโลกุตรภูมิ 



พรหมจรรย์รวบยอด

       พรหมจรรย์ ข้อที่ 10 ข้าพเจ้ามิได้จัดไว้ในขั้นใดขั้นหนึ่ง เพราะเป็นข้อรวบยอด ท่านหมายถึง ความสำเร็จ ในอธิสิกขา 3 แล้ว คือ

       1. อธิศีลสิกขา สำเร็จศีล ชั้นยอดแล้ว 

       2. อธิจิตตสิกขา สำเร็จทางสมาธิ ชั้นยอดแล้ว 

       3. อธิปัญญาสิกขา สำเร็จ ได้ดวงปัญญา ชั้นยอดแล้ว 

       หมายถึง ผู้บำเพ็ญมรรค 8 สมบูรณ์เต็มที่แล้ว 


       ความเข้าใจของข้าพเจ้าคิดว่า ท่านคงหมายถึง ผู้บรรลุอรหัตผล 

       ผู้บรรลุขั้นนี้ ท่านเรียกว่า “กะตะพรหมจะริยัง” หมายความว่า “พรหมจรรย์สำเร็จแล้ว” 

       ที่นี้จะชี้ให้ดูแนวทางที่จะถอนตัวจากกามตามทางวินัยที่เห็นกันง่ายๆให้สังเกตดูว่าท่านมีวิธีริดรอนกามารมณ์อย่างไรเฉพาะเรื่องกามอย่างเดียว 

       เริ่มต้นจริง ๆ คือศีลห้า ข้อที่ 3 ท่านห้ามทำผิด เพราะเรื่องความกำหนัดทางกาม เช่น เจ้าชู้ ฉุดคร่าอนาจาร นี่ขั้นต้นต้นจริง ๆ

       ขอให้นึกดูง่าย ๆ ว่า สัตว์ทั้งปวงในโลกนี้มีความกำหนัดในทางกาม และส่วนมากก็ตกเป็นทาสของความกำหนัดที่เรียกว่า จมอยู่ในกาม มันทำอะไรไปตามอำเภอใจ 

       พระพุทธศาสนา เริ่มให้ข้อปฏิบัติว่า คนทุกคนจะต้องเว้นการทำความผิดเพราะความกำหนัดเสีย ไม่ได้ห้ามการเสพกามแต่ห้ามทำความผิด ในเรื่องนี้.... ข้อห้ามนี้ คือศีลห้า ข้อที่ 3 

       แต่พอถึงขั้นรักษาศีลอุโบสถ ข้อห้ามนี้ ได้เข้มงวดขึ้นมาอีกคือห้ามเสพเมถุน เลยทีเดียว 

       ที่ตัด ก็เพื่อให้ขาดจากโลกีย์ 


       ยิ่งไปถึง พรหมจรรย์ชั้นสูง คืออริยมรรค ยิ่งตัดละเอียดเข้าไป จนแม้แต่ความนึกทางใจก็ตัด เป็นบทสุดท้าย 

       พูดถึงเรื่องพรหมจรรย์แล้ว ก็ทำให้นึกถึงข้อธรรมบางอย่างที่นักศึกษาธรรมชอบคิดกระอักกระอ่วม คือเรื่องอานิสงส์ศีล ข้อที่ว่า นิพพุติง ยันติ ที่แปลว่า ศีลเป็นเหตุ ให้บรรลุนิพพาน 

       บางคนสงสัยว่า ศีลเป็นเพียงบันไดขั้นต้น ไม่น่าจะทำให้ถึงนิพพาน ต้องสมาธิ ปัญญา จึงจะถึงได้ 

       เสร็จแล้ว ก็หวนมาแปลงคำแปล “นิพพุติง ยันติ” แปลว่า “ถึงความเยือกเย็น” อย่างนี้เป็นต้น 

       แต่ความจริงแล้ว ขอให้ดู ในพรหมจรรย์ ทั้ง 10 ข้อนั้นท่านจะเห็นได้ว่า ศีลเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดจากโลกีย์ ตั้งแต่ต้นจนตลอดเลย 

       ถ้าหากจะเอาศีลเปรียบกับบันได ก็ไม่ควรเปรียบกับขั้นบันได แต่ควรเปรียบกับแม่บันได 

       บันไดสูงเท่าไร แม่บันได ก็ต้องสูงเท่านั้น

       ปลายข้าง ของแม่บันได จดที่พื้นล่าง... อีกข้าง จดพื้นบน 

       ศีลก็เหมือนกัน จำเป็นตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งสุดเขตโลกีย์.......นี่ขอฝาก ไว้เป็นข้อคิด 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://www.kanlayanatam.com/sara/sara18.htm  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  





 
* * * ถ้ายังไม่ได้คลิก อย่าลืมช่วยคลิกให้ด้วยนะครับ "คลิกที่นี่ครับ





- จบ -




ข่าวสาร

( คลิกเพื่ออ่าน )